เรื่องของน้องน้ำอุ่น

posted on 22 Aug 2005 21:12 by browny

นานแล้วที่ไม่ได้อัพบล็อค
ยอมรับเลยว่าขี้เกียจ
เริ่มจากช่วงสอบ และหยุดยาว..
เลยไม่มีเรื่องจะมาอัพ ก็เลยดอง ดอง ดอง

มาวันนี้อัพก็ขอหลุดประเด็นกราฟิกดีไซน์ไปซักหน่อย
แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล เป็นเรื่องของลูกสาว อ.วิทยา
อ.ที่สอนกราฟิกดีไซน์เรานั่นเอง

ก่อนหน้านั้นไป 2-3 อาทิตย์เห็นจะได้
ก็ไปนั่งคุยปรึกษางานกับอาจารย์
แล้วเขาก็เล่าเรื่องลูกสาวของเขาให้ฟัง
น้องน้ำอุ่น

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อน้องน้ำอุ่นอยากได้ทามาก๊อตจิ
ทามาก๊อตจิที่เพื่อนในห้องต่างมีไว้เชยชม
นั่นยังไม่จุดความอยากมีบ้างของน้องน้ำอุ่นเท่าไหร่
จนกระทั่งวันเกิดเพื่อนคนหนึ่ง
น้องน้ำอุ่นตั้งใจถักพวงกุณแจให้(หรือปักนะ จำไม่ได้)
ดูเป็นของเล็กๆ น้อยๆ แต่ตั้งใจมากเลย

แต่ทว่า ของขวัญอีกอย่างที่เพื่อนได้จากเพื่อนอีกคน
เป็นทามาก๊อตจิรุ่นล่าสุดราคาค่อนข้างแพง
ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เจ้าของวันเกิดจะดีใจมากๆ ที่ได้มันมา
สุดท้ายพวงกุญแจน้อยๆ ของน้องน้ำอุ่นก็กลายเป็นเครื่องประดับให้ทามาก๊อตจิ
... ไม่ได้ทำให้น้องน้ำอุ่นรู้สึกดีนักหรอกนะ

ผ่านไปไม่นานเพื่อนๆ ในห้องก็ต่างได้เป็นเจ้าของไอ้เจ้าทามาก็อตจิกันถ้วนหน้า
เป็นธรรมดาที่เด็กคนหนึ่งจะอยากได้อยากมีในสิ่งที่คนอื่นๆ มีแต่ตนไม่มี
ก็เลยมาขอกับพ่อกับแม่ตนเองบ้าง
แล้วก็ถูกปฏิเสธมา เพราะไม่มีเหตุผลใดที่น้องน้ำอุ่นจะได้มันมานี่
พ่อแม่แบบอ.(และถรรยาเขา)ไม่ใช่คนที่จะให้อะไรลูกตามที่ลูกขออย่างทันที
"มันง่ายไป"

ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะยื่นคำขาดว่าไม่ให้
เพียงแต่ให้คำสัญญาไว้ว่าเมื่อถึงวันเกิดถึงจะให้
ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้นก็ปาไปเดือนตุลา
แน่นอน มันอาจจะช้าไป
แต่นั่นคือสิ่งที่น้องน้ำอุ่นต้องอดทนรอ
แม้จะต้องน้อยเนื้อต่ำใจ มาบ่นอิดออดอยู่บ้างก็เถอะ

เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็น
สิ่งที่ทั้งคู่(พ่อแม่)ต้องการจะสอนลูก
ก็คือ การจะได้อะไรมามันไม่ใช่เรื่องง่าย
ใช่ว่าออกปากขอแล้วจะได้

แล้ววันที่อ.กำลังเล่าให้เราและเพื่อนๆ จำนวนหนึ่งฟัง
เสียงโทรศัพท์จากภรรยา อ.ก็ดังขึ้น
ได้ความว่า ซื้อทามาก็อตจิมาแล้วนะ
สีม่วงอย่างที่มัน(น้องน้ำอุ่น)อยากได้เลย
แล้วทั้งคู่ก็ปรึกษากันว่า จะให้เมื่อไหร่ดี
(ตอนนั้นยังเป็นกลางๆ สิงหา อีกนานกว่าจะถึงตุลา)

จนกระทั่งวันนี้
อ. ก็มาเล่าเรื่องนั้นต่อ
อ.เล่าว่าหลังจากที่ซื้อมาแล้วประมาณ 4-5 วัน
ก็โอเค ตกลงกันว่าคงถึงเวลาที่น้องน้ำอุ่นสมควรจะได้แล้วล่ะ
ภรรยาอ.เขาก็เขียนบอกลูกไว้(ไม่อยู่บ้านมั้ง)ว่ามีของขวัญให้ อยู่บนโต๊ะ (ประมาณนั้น)

ในตอนแรกน้องน้ำอุ่นก็ไม่คิดหรอกว่าจะเป็นทามาก๊อตจิ
คิดว่าคงเป็นหนังสือการ์ตูนโคนัน(ภาคอังกฤษ)
แต่พอเปิดกล่องออกดูก็ได้รู้ว่ามันคืออะไร
ประกอบกับการ์ดแผ่นนึง ที่เขียน(ประมาณ)ว่า

"สิ่งที่ลูกต้องเรียนรู้คือการรู้จักอดทนรอไม่มีอะไรที่จะได้มาง่ายๆ
สิ่งที่สองคือเราไม่จำเป็นจะต้องมีในสิ่งที่คนอื่นมี ไม่มีมันเราก็อยู่ได้
อีกสิ่งหนึ่งคือลูกต้องเก็บรักษาสิ่งที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้ไว้นานๆ
หากลูกได้รู้ทั้ง 3 สิ่งนี้แล้ว นี่ก็คือสิ่งที่ลูกได้รับจากมัน"

ก็ประมาณนี้อ่ะนะ (จำได้ว่าที่อ.เล่ามาภาษามันสวยกว่านี้ แต่ความหมายนี้แหละ)
(ภรรยาอ.เป็นก๊อปปี้ไรท์เตอร์)

หลังจากนั้นน้องน้ำอุ่นก็น้ำตาไหล
เข้ามาซบๆ อ.
รู้สึกได้เลยว่าสิ่งที่น้องน้ำอุ่นได้ไปมันมากมายจริงๆ

อิจฉาน้องน้ำอุ่นจริงๆ เลย
ที่มีพ่อแม่ที่สอนลูกได้น่าประทับใจอย่างนี้
(เอ.. น้องน้ำอุ่นนี่ชั้นอะไรนะ ป.5 มั้ง)

ก็.. ประทับใจอ่ะ
(ถึงเราจะเล่าได้ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ก็เหอะ)
ไปละ มีงานที่ต้องปั่นส่งวันพรุ่งนี้ (เรื่องปกติ -_-")

นินนินนี่

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เป็นเรื่องที่น่าประทับใจมากๆเลยค่ะ

#1 By lylac on 2005-08-22 21:25

ผมถือว่า entry วันนี้เหมือนทุก ๆ วันนะครับ

คือ ได้เห็น idea ใหม่

ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่ใช่ idea ในการสร้างผลงานศิลปะ แต่เป็น idea ในการใช้ิศิลปะของชีวิตครับ

#2 By inat : www.66un.net on 2005-08-22 21:58



ใช่แล้วค่ะ-นานแล้วที่ไม่ได้มาอัพบล๊อคเลย


ปล. เรื่องประทับใจ-มาก

#3 By p r i n z e s s i n on 2005-08-22 23:23

เราจำได้ว่าอยู่ด้วยตอนอ.เล่าเรื่องทามาก๊อตจิภาคแรก...แต่ เราไม่ได้มาฟังตอนจบวันนี้มาไม่ทัน ^^!!! ขอเล่าต่ออีกหน่อยนะ หลังจากที่ล๊อตกลับไป เราเป็นคนสุดท้ายที่อยู่คุยกะอาจาน ก็คุยเรื่องงานที่ต้อง re-writeแหล่ะ ที่เราเขียนตอนแรกเป็นความรู้สึกที่ชอบ วงดนตรีวงนึง แต่เราเขียนไปว่าแค่ชอบ ชอบมากๆๆได้ไปดูคอนเสิดเค้าดีใจมั๊กๆๆทำนองนี้ พอไปคุยอ.ให้เราอ่านหนังสือเล่มนึง...(ขอโทษที่จำชื่อนักเขียนไม่ได้จำได้แต่เค้าเป็นผู้นำ 14ตุลา) ตอนนึงแค่นั้น..พอเราอ่านจบ เรารู้เลยว่า อ.เค้าว่าเรา"ทางปัญญา"คือเค้าไม่ได้ว่าเราตรงๆ แต่เราแบบละอายเอง...เค้าบอกเราว่า วัยรุ่นสมัยนี้"เสพ"เยอะ แต่ไม่รู้จักว่าแก่นที่จิงมันคืออาไร ..เช่น "ชอบไอดอลคนนี้"แต่ไม่สามารถบอกเหตุผล จิงๆได้ว่าชอบเพราะอาไร(ไม่ใช่แค่ว่า "ก็เพราะชั้นชอบนิ") เค้าพูดว่า"ผมไม่ได้ว่าคุณนะแต่ คนที่เรียนปริญญาตรีต้องคิดแบบนี้ได้"(ตอนนั้นอึ้งไปเลย)พอเราขอเหตุผลที่เค้าชอบวงของเค้าบ้าง..เค้าก็ให้เรามาแบบเป็น Logic ไม่ใช่ใช้อารมอ่ะ.. วันนี้ เราได้ข้อคิดเล็กๆอย่างนึงว่า..วันนี้เราอาจจาเป็นวัยรุ่นที่ "เสพ"โดยที่ไม่รู้จัก"แก่น"ของสิ่งที่เราชอบ ..แต่ตื่นมาพรุ่งนี้ ขอให้เราเป็นวัยรุ่นที่ "เสพ"โดยที่เข้าใจถึงเหตุผลจิงๆของ สิ่งที่เราชอบ ซักนิดก็ยังดี ขอปัญญาเราโตขึ้น ...สรุปหัวข้อที่เราโดนคือ..."อธิบายเหตุผลความชอบต่อสิ่งที่เราชอบ"
ปล.อยากมีพ่อแบบอาจานว่ะ
อ่ะโทดทีพิมเยอะไปเยอะเลย T-T

#4 By F I N E on 2005-08-23 00:22

ใช่ อยากมีพ่อแบบ อ.จัง
นินนินนี่

#5 By lotto on 2005-08-23 00:29

ซึ้งอ่ะ...ให้ของขวัญพร้อมคำสอน...

#6 By Gratai...Ka!!! on 2005-08-23 01:05

เลี้ยงลูกมันยากจังแฮะ

#7 By 609 on 2005-08-23 16:46

พ่อเราก็สอนคล้ายๆกับอาจารย์คนนี้เลย แต่ต่างกันที่พ่อของเราจะถามก่อนว่าซื้อไปทำไม สิ่งนั้นมีปรโยชน์ยังไง มีความจำเป็นในชีวิตมากหรือเปล่า แล้วก็ให้เราสะสมเงินซื้อเอง หรือหักเงินจากค่าขนมเรา ทำให้กว่าจะได้ของแต่ละอย่างมาเป็นอะไรที่ยากมากเพราะเราจะต้องอดกลั้นตัวเอง ต้องชนะใจตัวเองไม่เอาเงินไปใช้ทำอย่างอื่นก่อน ของบางชิ้นเป็นปีๆเลยถึงจะได้มา

#8 By ดินสอทราย on 2005-08-23 19:00

โห .... อ่านรีไพล พี่ inat แล้ว
เพิ่งรู้สึกว่าพี่แนต พูดอะไรคมๆก็ได้ด้วย

ประทับใจค่ะ

ถ้ามีพ่อแม่ที่รู้จักเลี้ยงลูกแบบนี้ก็ดีสินะคะ

#9 By Na - th (นัท) on 2005-08-23 19:32


อ่านแล้วรู้สึกน่ารักดีจังคะครอบครัวนี้

การที่เลี้ยงลูกแบบนี้ โตขึ้นมาลูกก็จะไม่กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจเสียเด็ก ไม่รู้คุณค่าของแบบที่เด็กหลายๆคนเป็น

สำหรับเราแล้ว เราเชื่อว่าการปลูกฝังแนวความคิด คุณธรรมต่างๆในวัยเด็กเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าหากทำมาดีแล้ว ไม่ว่าโตขี้นจะเจออะไรมากระทบต่อชีวิต ก็จะไม่เฉไฉออกนอกเส้นทางที่ควรจะเป็น

แต่ชื่อน้องน้ำอุ่นแปลกดีนะคะ คุ้นๆเหมือนเคยเห็นชื่อนี้จากที่อื่นอีกด้วย

#10 By Asplera on 2005-08-30 17:35

รู้เรื่องคร่าวๆ

แต่เพิ่งจะได้มาอ่านจิงๆจังๆก็วันนี้แหละ
เค้าก็สอนลูกได้ดีนะ

#11 By s i n (58.10.204.58) on 2005-08-30 22:26

อ่านแล้วได้คิดดีจัง ^^ เป็นพ่อแม่ที่มีเหตุผลและหัวใจกับลูกด้วย
โตขึ้นน้องน้ำอุ่นคงเป็นคนดีแน่ๆเลย น่ารักดีจัง

#12 By fei fei (203.113.81.139) on 2005-09-01 22:00

ประทับใจอย่างมาก อบอ่นอ่ะ

#13 By bong's on 2005-09-21 15:18

#14 By cawapong (203.172.160.242 /192.168.1.131) on 2005-09-27 13:49

สมัยผมเรียน อ.แกบอก ว่า น้ำอุ่น อยากได้ รถแครซเกียร์ ต่อไปสงสัย เครื่อง PS 3 (เอิ้ก)

#15 By เจ๋ง on 2005-10-26 13:09

โอ้ว.....น้ำอุ่นอยู่ ปอ.5 แว๊ววว
ไหงโตไวอย่างงี้ ครั้งสุดท้ายที่เจอ ครูวิดยา ยังบอกลูกเพิ่งหัดพูดอยู่เล้ย..... แก่แล้วหนอเรา

#16 By Serena (58.9.47.164) on 2006-02-03 00:17

Meaning science is the study of how chemical substances!

#17 By buy tramadol (72.36.223.73) on 2006-04-11 03:16

Ultram buy ultram order ultram ultram mortgage cheap ultram

#18 By ultram (72.36.223.73) on 2006-04-11 06:28

You wouldn't xanax be asking How did not sold and buy xanax online!

#19 By xanax (72.36.223.73) on 2006-04-16 01:12

Miller I mean the events in this-wait a look at. He sighed bellowed in the damaged French twist showing off

#20 By buy tramadol (72.36.223.73) on 2006-04-16 11:39

Well done

#21 By ultram (72.36.223.73) on 2006-05-05 12:29

very best blog!

#22 By paxil cr (72.36.223.73) on 2006-05-07 08:52

Very best blog!

#23 By valium (72.36.223.73) on 2006-05-19 20:40

Hi! best! :)

#24 By valium (72.36.223.73) on 2006-05-20 13:23

Hi man!

#25 By tramadol (69.161.161.230) on 2006-11-16 06:06

นี่เป็นสิ่งที่ได้จากวิชากราฟิกแบบ ครูวิดยา(ขอเรียกแบบนี้เพราะตอนเรียนก็เรียกกันแบบนี้) ซึ่งไม่เหมือนใครจริงๆ แล้วไอพวกนี้แหละที่จะทำให้เราได้งานกราฟิกที่ไม่เหมือนใคร

ปล.แฟนครูวิดยาสมเป็นก็อปปี้แห่ง JWT สุดยอดจริงๆ


from อดีตลูกศิษย์ครูวิดยา

#26 By dash and gap on 2007-03-01 11:01

#27 By แอน (125.24.149.86) on 2007-06-01 12:09

ครูวิดยามีเรื่องเล่าของน้องน้ำอุ่นเสมอ คิดถึงเหมือนกันแฮะ

#28 By gument on 2007-10-17 17:25